BREAKING

19/4/57

ข่าวลือ LG จะเป็นผู้ผลิตหน้าจอโค้งให้กับ iWatch ของ Apple

ข่าวลือ LG


            ไมว่าจะทำอะไรหรือข่าวเกี่ยวกับโทรศัพท์ช่วงนี้อุดมไปด้วยข่าวลือของ Apple เยอะแยะมากมาย อย่าพึ่งได้เบื่อกันไป เพราะว่ายังมีอีกเยอะจนกว่าจะเปิดตัว ล่าสุดมีข้อมูลว่า LG จะได้เป็นผุ้ผลิตหน้าจอแบบโค้งให้กับทาง Apple เพื่อใช้สำหรับผลิตนาฬิกา iWatch
ข้อมูลนี้มาจากสำนักข่าวจากในประเทศเกาหลีบอกว่า Apple มีเป้าหมายที่จะขาย iWatch ให้ได้ 9 ล้านเครื่องภายในปีนี้ โดยจะออกวางจำหน่ายในเดือนกันยายนนี้ รายงานยังระบุอีกด้วยว่า iWatch จะผลิตออกมา 2 ขนาดคือหน้าจอ 1.3 นิ้ว และ 1.5 นิ้ว

เรื่องที่ว่า LG จะเป็นผู้ผลิตจอ



            ส่วนเรื่องที่ว่า LG จะเป็นผู้ผลิตจอให้นั้น จะเริ่มทำการผลิตและะจัดส่งให้กับทาง Apple ในเดือนกรกฎาคมนี้ สำหรับเหตุผลที่ Apple เลือก LG ในการผลิตหน้าจอเพราะว่ามีความบางและเบา รวมทั้งยังให้ความสว่างได้ดีและใช้พลังงานที่น้อย ดูท่าทางว่าในงาน WDCC 2014 ที่ Apple จะจัดขึ้นในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ มีโอกาสค่อนข้างสูงมากที่จะได้เห็นเจ้านาฬิกาอัจฉริยะตัวนี้ เพราะถ้าจะขายกันปลายปีนี้ Apple ก็ต้องเปิดตัวในงานนี้แล้วล่ะ

ที่มา : Mac Rumor

18/4/57

ผู้บริหารกูเกิ้ลเผย ‘Project Ara’ สมาร์ทโฟนประกอบได้ มาแน่ ม.ค. 58

 สะเทือนโลกไอที!.. แน่นอน



            สุดยอดโปรเจ็กต์ของกูเกิ้ลอย่าง Project Ara ซึ่งกูเกิ้ลเคยประกาศไว้ในงาน Project Ara Developers Conference ถูกคาดหมายว่าจะเปิดตัวในช่วงเดือนมกราคม 2558

พอล อีเรเมนโก หัวหน้าแผนกกลุ่มงานโปรเจกต์และเทคโนโลยีของกูเกิลระบุว่า ทุกวันนี้ผู้บริโภคสามารถเลือกระบบปฏิบัติการใช้งานได้เอง ไปจนถึงเคส สมาร์ทโฟน รวมถึงแอพพลิเคชัน แต่สมาร์ทโฟนในโครงการ Project Ara จะเปิดให้ทุกคนสามารถเลือกดีไซน์ฮาร์ดแวร์เครื่องได้เอง นอกจากนี้ยังสามารถนำระบบพิมพ์งาน 3D printing ใช้ออกแบบลวดลายสมาร์ทโฟนของตัวเองได้ตามใจชอบ โดยอีเรเมนโกได้เรียกสมาร์ทโฟนตัวใหม่นี้ว่า ‘Gray Phone’

กูเกิลเปิดเผย



            กูเกิลเปิดเผยเพิ่มเติมว่า Gray Phone จะวางจำหน่ายในราคาเริ่มต้นที่ 50 เหรียญสหรัฐ หรือเพียงประมาณ 1,650 บาท จัดเป็นกลุ่มสมาร์ทโฟนราคาประหยัดที่เชื่อว่าจะตีตลาดเข้าถึงผู้ใช้ใหม่ๆ ทั่วโลกได้ โดยคาดการณ์กันว่าจะเปิดตัวในเดือนมกราคม ปี 2558


เมื่อไม่นานมานี้ กูเกิลได้เปิดเผยเอกสารชื่อ Module Developers Kit for Project Ara เวอร์ชัน 0.10 ให้นักพัฒนาผู้สนใจที่จะออกแบบสมาร์ทโฟน Project Ara ได้ทราบรายละเอียดเพิ่มเติมในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดย Gray Phone นี้ผู้ใช้สามารถเลือกต่อ ประกอบชิ้นส่วนเองนี้ได้หลากหลายถึง 3 ขนาด อาทิ ทรงยาวรุ่นจิ๋ว 2×5, ขนาดกลาง 3×6 และขนาดใหญ่ 4×7


ที่มา : Tomshardware

17/4/57

แหล่งข่าวเปิดตัวเดือนมิถุนายนนี้ ในงาน WWDC 2014 iOS 8

แหล่งข่าวภายใน apple เปิดเผยว่า [8-เมษายน-2557] หลังจากที่ แอปเปิล ประกาศวันจัดงาน WWDC 2014 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งจะเปิดฉากในวันที่ 2-6 มิถุนายนนี้ ล่าสุด มีรายงานว่า ยอดผู้ใช้ iOS 7 แตะ 89% แล้ว เนื่องจากผู้ใช้จำนวนมากเชื่อว่า ในเดือนมิถุนายนนี้ น่าจะได้ยลโฉม iOS 8 กันอย่างแน่นอน
 
ภาพจาก Google



            มีการเพิ่มส่วนฟีเจอร์ที่คาดว่า น่าจะได้รับการปรับปรุงใหม่ และเปิดตัวใหม่ บน iOS 8 ก็ได้แก่ Apple Maps ซึ่งจะรองรับการบอกเส้นทางรถขนส่งสาธารณะมากขึ้น และแจ้งข้อมูลของสถานที่ที่น่าสนใจในละแวกนั้น, Healthbook แอพฯ เพื่อสุขภาพ มีไว้เพื่อบอกข้อมูลด้านสุขภาพของผู้ใช้ เช่น ความดันเลือด, อัตราการเต้นของหัวใจ และอื่นๆ อีกมากมาย, Siri และ iTunes Radio ได้รับการปรับปรุงใหม่ เป็นต้น

ภาพจาก Google



            จากการสำรวจเพื่อการเปรียบเทียบ อัตราการดาวน์โหลด iOS 7 กับ Android 4.4 KitKat พบว่า ผู้ใช้แอนดรอยด์ ที่รัน Android 4.4 KitKat มีเพียง 5.3% เท่านั้น ทั้งๆ ที่ KitKat เปิดตัวถัดจาก iOS 7 เพียงแค่ 1 เดือน ส่วน iOS 6 มีจำนวนผู้ใช้เหลือเพียง 11% และอีก 2% ใช้เวอร์ชันที่เก่ากว่านี้ครับและยังไม่ได้อัพเกตใดๆ

เรียบเรียงบทความโดย : ทีมงาน ZONE TP

15/4/57

15 เมษายนวันเดียว Google วางจำหน่าย Google Glass

มาแน่นอนกับ Gadget อัพเดทข่าวล่าสุดกับ ป๋าเอก TechXcite ถือเป็นคนข่าวดีของชาวอเมริกาอีกครั้งเมื่อ Google ประกาศว่าพวกเขาจะวางจำหน่ายแว่นตาอัจฉริยะ Google Glass ให้กับคนทั่วไปได้จับจองเป็นเจ้าของกันในวันที่ 15 เมษายนวันเดียวเท่านั้น


ภาพจาก Google


ทั้งนี้ทาง Google ต้องการที่จะเปิดกว้างโครงการ Glass Explorer ของตัวเองให้กับคนทั่วไปได้สัมผัสกับนวัตกรรมใหม่เหล่านี้บ้างซึ่งก็จะเริ่มคิกออฟกันด้วยการวางจำหน่าย Google Glass ตามร้านค้าทั่วไปให้ได้ซื้อหากันนี่แหละ อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าปริมาณสินค้า Google Glass ที่วางจำหน่ายนั้นจะยังมีอยู่อย่างจำกัดและจะวางขายเพียงบางร้านเท่านั้นซึ่งยังไม่มีการประกาศกันว่าจะเป็นร้านไหนบ้าง

            อย่างไรก็ตามในส่วนของ Google Glass ที่จะวางจำหน่ายนั้นก็จะขายกันในราคาเดิมคือ $1500 (48,400 บาท) พร้อมแถมกรอบฟรีหนึ่งอัน ซึ่งถึงแม้ว่าคนไทยเราจะหมดสิทธิ์มีส่วนร่วมในคราวนี้แต่ถ้าทุกท่านสนใจอยากเป็นเจ้าของ Google Glass กันจริงๆก็อยากจะบอกว่าในเว็บไซต์ eBay มีขายอยู่เพียบเลยครับ (บางอันราคาถูกกว่าปกติด้วยนะ หุหุหุ)

แกะกล่อง All New HTC One (M8) Supercar วัสดุเป็นเลิศ

HTC One M8 ผลงานล่าสุดจาก HTC ผู้นำนวัตกรรมการออกแบบ Smartphone  ตัวเครื่องทนทานเหนือใครด้วยอลูมิเนียมไร้รอยต่อแบบ Unibody ขัดเงาให้ดูเป็นโลหะแวววาว เป็นเทคนิคการผลิตแบบใหม่ที่ทำให้ตัวเครื่องดูหรูหรางดงาม ทนทานและน้ำหนักเบา เพราะใช้วัสดุเช่นเดียวกับ Supercar ระดับโลก

Ferrari หรือ Mercedes-Benz รวมทั้งกล้อง Leica  ก็ใช้วัสดุระดับ Premium เป็นอลูมิเนียมที่ได้ทั้งความทนทาน น้ำหนักเบา และหรูหรา  เป็นแนวคิดที่ HTC นำมาใช้ในการออกแบบและผลิต Smartphone  ให้งดงามและดูดีทั้งภายนอกและภายใน  ซึ่งภายในที่ว่า ก็หมายถึง Software นั่นเอง  ก็เป็นอีกจุดเด่นของ HTC มายาวนานหลายปี ที่มีหน้าตาเมนูกราฟฟิคในระบบของตัวเครื่องที่จัดได้ว่าสวยงามล้ำสมัยกว่าแบรนด์อื่นๆ


ในขณะนี้ที่เขียนบทความรีวิว HTC One M8 นี้  ยังไม่มีกำหนดวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย และยังไม่ได้กำหนดราคา  ซึ่งหากมีการประกาศจาก HTC ทางทีมงานจะอัพเดตให้ทราบกันอีกครั้งหนึ่ง


ในบทความนี้ จะรีวิว HTC One M8 สี Grey Gun Metal แบบคร่าวๆ  ซึ่งสีนี้จะจำหน่ายในประเทศไทยพร้อมกับสี Silver ส่วนสีทองจะไม่มีการนำเข้ามาจำหน่าย เป็นประกาศล่าสุดเมื่อวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา โดย HTC Thailand 


ภาพ Google


ความงดงามของ HTC One M8 อยู่ที่ด้านหลัง เป็นอลูมิเนียมชิ้นเดียวไร้รอยต่อ ดูเหมือนโลหะขัดเงา 

เครื่องสีเงินจะไม่เงาแวววาวเหมือนเครื่องสีเทา  จะดูคล้ายๆ HTC One รุ่นเก่า (M7) 

ขนาดพอดีมือ โค้งมนเข้ากับฝ่ามือ จับถนัด ไม่ลื่นหลุดได้ง่าย สัมผัสแล้วให้ความรู้สึกดี น้ำหนักเบา 

น้ำหนัก 160 กรัม ขนาด 146.36 x 70.6 x 9.35 มม.  หน้าจอขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด Full HD 1920 x 1080 พิกเซล 

ด้านหลังไม่มีช่องลำโพง เพราะอยู่ที่ด้านหน้าทั้งหมด 


ภาพ Google


กล้องหลังมี 2 ตัว ตัวใหญ่คือกล้องหลัก ตัวเล็กด้านบนคือกล้องตัวที่สอง สำหรับบันทึกข้อมูลระยะความลึกของภาพ 

กล้องหลักเป็น HTC UltraPixel™  ใช้เซ็นเซอร์ BSI ถ่ายภาพได้ดีในที่แสงน้อย ขนาดพิกเซล 2.0 um ขนาดเซ็นเซอร์ 1/3รูรับแสง f/2.0 มุมกว้าง 28 มม.  ประมวลผลด้วย HTC ImageChip 2 บันทึกวิดีโอระดับ Full HD 1080p รองรับ HDR ด้วย


ส่วนล่างของตัวเครื่อง มีช่องต่อ microUSB และหูฟัง



โลโก้ HTC แบบเจาะลึกลงไป สวยงาม หรูหรา สมราคา ดูดีกว่า Smartphone วัสดุพลาสติกทั่วไป

ภาพ Google



ไฟ LED Flash คู่ ให้ความสว่างและสีสันได้ถูกต้องสมจริงตามธรรมชาติ



สันขอบตัวเครื่องด้านขวา มีช่องใส่ SIM card แบบ Nano และปุ่มเพิ่ม-ลดระดับเสียง



สันขอบตัวเครื่องด้านซ้าย มีช่องใส่ microSD card รองรับได้สูงสุด 128GB (ไม่มีแถมมาในกล่อง) ซึ่งถาดใส่ SIM กับ microSD เป็นแบบใช้เข็มกดลงไป เหมือนกับ iPhone ทุกรุ่น



ลำโพง HTC BoomSound ตัวที่หนึ่ง  ถัดมาเป็นกล้องหน้า ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์แบบ BSI ถ่ายได้ดีในสภาวะแสงน้อยเช่นกัน  เป็นเลนส์มุมกว้างพร้อมฟังก์ชั่น HDR  บันทึกวิดีโอความละเอียดได้ถึง Full HD 1080p



ลำโพง HTC BoomSound ตัวที่สอง ทำงานแบบ Stereo  เมื่อวางเครื่องในแนวนอนขณะชมภาพยนตร์ จะเหมือนเป็นลำโพงซ้ายขวานั่นเอง มีวงจรภาคขยายเสียงภายใน ให้พลังเสียงสะใจ และเสียงพูดคมชัดด้วยฟังก์ชั่น Sense Voice

 
ภาพ Google

ขอบจอภาพแคบตามยุคสมัยนิยม  พื้นที่ลำโพงทั้งสองฝั่งของจอภาพ มีขนาดเท่ากัน ดูสมดุล



มีไฟ LED แสดงสถานะหรือแจ้งเตือน ฝังอยู่ใต้ช่องลำโพงด้านบน แสดงสถานะได้หลายสี



ด้านหลังเรียบ ไม่มีปุ่มใดๆ ไม่มีช่องลำโพง ส่วนสวิตช์เปิดปิดเครื่อง อยู่ที่ขอบด้านบนเหมือน iPhone

 
ภาพ Google

เลนส์กล้องและแฟลช เรียบไปกับตัวเครื่อง ไม่นูนยื่นออกมา



หน้าจอ Lock screen ตามแบบฉบับของ HTC Sense UI เวอร์ชั่นล่าสุด พร้อมทางลัดเข้า 4 แอพพลิเคชั่น



็เมื่อปลดล็อคหน้าจอ ก็พบกับ Home Launcher สวยเด่นด้วย Weather Widget



หน้าจอคมชัด ตัวอักษรคมกริบ อ่านง่ายสบายตา



Icon วางเรียงกันแบบห่างๆ ดูไม่แน่นอึดอัด ไม่ลายตา



แสดงอุณหภูมิต่ำสุด สูงสุด และอุณหภูมิ ณ สถานที่นั้น ในเวลาปัจจุบันได้อย่างถูกต้อง แม่นยำดี



Dial Pad ที่กดโทรออกได้สะดวก มีระบบเดาชื่อ ค้นหาหมายเลขโทรศัพท์ได้อย่างถูกต้อง เพียงกด 2-3 ตัวแรกของชื่อหรือหมายเลขที่ต้องการโทรออก และบันทึกอยู่ในเครื่องแล้ว



หน้า App Drawer หรือรายการแอพพลิเคชั่น เรียงแบบ Grid 4 x 5 ดูง่าย ไม่แน่นเกินไป



เมนูกล้องที่ลดความซับซ้อนของปุ่ม ดูโล่งสะอาดตา



ด้วย Sensor กล้องแบบ BSI ทำให้ภาพถ่ายดูสว่างสวย แม้สถานที่นั้นจะมีแสงสว่างน้อย



HTC BlinkFeed แสดงอัพเดตล่าสุดของเพื่อนบน Social Network และ HTC Sense UI เอกลักษณ์ของซอฟต์แวร์ที่สวยงามบน HTC รุ่นใหม่ๆ  ซึ่ง BlinkFeed สามารถปิดได้หากไม่ต้องการใช้งาน



Toggle Switch ครบครัน สะดวกในการเปิดปิดการเชื่อมต่อหรือเปลี่ยนโหมดใช้งาน



เมนูการตั้งค่าแบบพื้นหลังสีขาว

 
ภาพ Google

HTC ปรับแต่งเมนูให้ดูสวยงามกว่าเมนูเดิมๆ ของ Android ที่ออกแบบโดย Google



ดูเวอร์ชั่นซอฟต์แวร์ที่ About



มาพร้อมกับ Android KitKat 4.4.2 ใหม่ล่าสุด และ HTC Sense 6.0 ใหม่ล่าสุดอีกเช่นกัน


 
ภาพ Google


กล้องหน้าคมชัดสะใจ ด้วยความละเอียดมากถึง 5 ล้านพิกเซล มีระบบโฟกัสใบหน้าอัตโนมัติ  วิธีเปิดใช้กล้องหน้า ก็คือ กดเลือกเมนูในโหมดกล้อง แล้วเลือก Selfie  คำสุดฮิตอินเทรนด์ที่คนติด Social รู้จักดี



สรุปการทดสอบใช้งาน HTC One M8  เบื้องต้น

ในวันที่เราทดสอบการใช้งาน HTC One M8 เพื่อพรีวิวในบทความนี้  ยังเป็นเครื่องตัวอย่างเพื่อทดสอบระบบ  แต่ก็พบว่าซอฟต์แวร์มีความสมบูรณ์ดีมาก ลื่นไหล เร็วดีในทุกส่วน ถ่ายภาพได้สวยงามทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง จนถือได้ว่าเป็น Smartphone ที่มีความลงตัวสมบูรณ์แบบดีมากๆ

คุณสมบัติอื่นๆ ที่น่าสนใจ

CPU Qualcomm® Snapdragon™ 801 แบบ Quad-Core
ROM 16GB และ RAM 2GB
แบตเตอรี่ Li-polymer ฝังในตัวเครื่อง 2600 mAh
Adapter ชาร์จเร็ว จ่ายกระแส 1.5 A
รองรับ NFC, Bluetooth® 4.0 และรองรับ aptX™
Wi-Fi®: IEEE 802.11 a/b/g/n/ac (2.4 & 5 GHz)
DLNA®
HTC Connect™
micro-USB พร้อมด้วย Mobile High-Definition Video Link (MHL) สำหรับการเชื่อมต่อผ่าน USB – HDMI
Infrared เพื่อใช้งานเป็น Remote Control

HTC One M8  มีสเปคยอดเยี่ยมและรองรับการเชื่อมต่อที่ครบครัน  จึงเป็น Smartphone ที่น่าสนใจอย่างมากสำหรับตลาด High-End ที่มีราคาเกิน 2 หมื่นบาท  จากการทดสอบใช้งานเบื้องต้น ยังไม่พบข้อบกพร่องหรือจุดด้อยใดๆ  รวมทั้งเรื่องของความร้อนบนผิวตัวเครื่องอลูมิเนียมที่หลายคนกังวลใจ ก็ไม่มีความร้อนในขณะใช้งานเลย  แต่จะต้องใช้งานร่วมกับ Charger ของ HTC ของแท้ที่ให้มาในกล่องเท่านั้น  เพื่อความปลอดภัยสูงสุด


บทความโดย : 9thaiphone

13/4/57

ดีไซน์ใหม่ พร้อมกล้องหลังคู่ HTC One M8 หน้าจอ 5 นิ้ว

หลากหลายข่าวหลายกระแสออกมาพร้อมกับคลิปหลุดมานานหลายเดือน ล่าสุด HTC ก็ได้ฤกษ์เปิดตัว HTC One M8 สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์เรือธงรุ่นใหม่ประจำปี 2014 ของค่ายอย่างเป็นทางการแล้ว โดยมาพร้อมดีไซน์ใหม่หรูหราตามสไตล์ HTC ด้วยวัสดุตัวเครื่องที่ใช้เป็นโลหะขัดเงาแบบ Unibody ส่วนด้านสเปคอื่น ๆ จัดเต็มไม่แพ้คู่แข่ง

ภาพจาก Googoo image


         เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2557 HTC ประกาศเปิดตัว HTC One M8 สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ตระกูล HTC One รุ่นใหม่ มาพร้อมหน้าจอ 5 นิ้ว (รุ่นเดิม 4.7 นิ้ว) ความละเอียด Full HD ขอบหน้าจอบางลง และเปลี่ยนปุ่มเมนูจากเดิมอยู่ด้านล่างจอ เปลี่ยนมาสั่งงานผ่านภายในหน้าจอทั้งหมด, ซีพียู Snapdragon 801 ความเร็ว 2.3GHz และ 2.5GHz, แรม 2GB, หน่วยความจำ 16GB และ 32GB สามารถเพิ่ม microSD ได้สูงสุด 128GB ส่วนด้านหน้าตัวเครื่องมายังคงมาพร้อมลำโพงสเตอริโอคู่ BoomSound ที่ให้เสียงดังขึ้นกว่ารุ่นก่อนถึง 25%

ภาพจาก Googoo image


ในส่วนจุดเด่นของ HTC ที่ทำให้ HTC One M8 ดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้นก็คงจะเป็นกล้องถ่ายภาพด้านหลังที่มาพร้อมกัน 2 ตัว (Duo Camera) และยังคงใช้เซ็นเซอร์ UltraPixel เหมือนเดิมแต่ปรับปรุงประสิทธิภาพใหม่ทำให้สามารถโฟกัสภาพได้เร็วเพียง 0.3 วินาที และยังสามารถจับความลึกของวัตถุที่ถ่ายได้ นอกจากนี้ยังสามารถถ่ายภาพก่อนค่อยเลือกจุดโฟกัสทีหลังได้ HTC เรียกฟีเจอร์นี้ว่า UFocus สำหรับโหมดถ่ายภาพหลัก ๆ ของกล้องที่มีให้เลือกใช้ได้งานแก่ Selfie, Camera, Dual Capture, Video, Pan 360 และ Zoe camera ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียดที่ 5 ล้านพิกเซล (รุ่นก่อน 2.1 ล้านพิกเซล)

          จุดที่น่าสนใจของ HTC One M8 ในเรื่องแบตเตอรี่ที่ HTC เคลมว่าสามารถใช้งานได้นานกว่ารุ่นก่อนถึง 40% พร้อมโหมดประหยัดพลังงาน Power Saving เมื่อแบตเต็ม 100% สามารถสแตนบายด์ได้ยาวนานถึง 2 สัปดาห์ และเมื่อแบตเตอรี่เหลือ 5% สามารถใช้ได้ถึง 5 ชั่วโมง, แบตเหลือ 10% ใช้งานได้ 10 ชั่วโมง และแบต 20% ใช้งานต่อได้อีก 60 ชั่วโมง

ภาพจาก Googoo image


          นอกจากนี้ HTC One M8 ยังมีอุปกรณ์เสริมที่น่าสนใจเรียกว่า Dot View เป็นเคสที่สามารถเคาะหรือแตะได้เหมือนกับหน้าจอ สามารถแสดงข้อมูลนาฬิกา, สายเรียกเข้าสามารถใช้นิ้วสัมผัสลงบนตัวเคสเพื่อรับสายหรือไม่รับสายได้ ทั้งหมดแสดงในรูปแบบของจุดที่มีสีสันสวยงาม

สเปคเบื้องต้นของ HTC One M8

 หน้าจอ 5 นิ้ว Full HD ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล และใช้กระจก Gorilla glass 3
 ซีพียู Qualcomm Snapdragon 801 quad-core ความเร็ว 2.5GHz สำหรับเอเชียและจีน และความเร็ว 2.3GHz สำหรับสหรัฐอเมริกา, ยุโรป, ตะวันออกกลางและแอฟริกา
 จีพียู Adreno 330
 แรม 2GB
 หน่วยความจำ 16GB, 32GB และรองรับ microSD สูงสุด 128GB
 รันระบบปฏิบัติการ Android 4.4 KitKat ครอบทับด้วย HTC Sense 6.0
 กล้องด้านหลัง UltraPixel พร้อมแฟลชทูโทน, เซ็นเซอร์ BSI, รูรับแสง F/2.0
 กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล
 ถ่ายวิดีโอ Full HD 1080p และ HDR
 ตัวเครื่องบาง 9.35 มิลลิเมตร และน้ำหนัก 160 กรัม
 ใช้ nano SIM
 รองรับ 4G LTE / 3G HSPA+,
 เชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/ac/b/g/n, Bluetooth 4.0, MHL, NFC และ GPS
 ตัวเครื่องมี 3 สี ได้แก่ สีทอง, สีเงิน และสีเทา
 แบตเตอรี่ 2,600mAh

         ในส่วนของ HTCทำการเปิดตัว HTC One M8 และเริ่มวางจำหน่ายแล้วที่สหรัฐอเมริกาผ่านเครือข่าย Verizon โดยรุ่น 16GB ราคา $199 หรือประมาณ 6,400 บาท และรุ่น 32GB ราคา $249 หรือประมาณ 8,100 บาท (ราคาแบบติดสัญญา) และหลังจากนั้นจะเริ่มวางจำหน่ายที่ประเทศออสเตรเลีย,ไต้หวัน, สหราชอาณาจักร, เยอรมนี ฝรั่งเศส และจีน ส่วนในประเทศไทยคาดน่าจะเข้ามาวางจำหน่ายในช่วงเดือนเมษายนนี้


         นอกจากนี้ยังมี HTC One M8 รุ่น Google Play Edition ให้เลือกซื้ออีกด้วย ราคา $699 หรือประมาณ 22,700 บาท สามารถหาซื้อได้ผ่าน Google Play Store

เปิดตัว Nokia Lumia 1020 อย่างยิ่งใหญ่ (หรือเปล่า)

กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งกับ Nokia ที่ห่างหายจากวงการโทรศัพท์มือถือไปนาน หมายถึงไปเล่นมือถือระดับล่างอยู่นาน และกลับมาครั้งนี้แปลกใหม่ ได้ประสบการณ์เพียบ และการเปิดตัวของโนเกียในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของวงการ สมาร์ทโฟนบ้านเราทีเดียว กับ Nokia Lumia 1020 และ เปิดตัวพร้อมจองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในราคาที่ถือว่าแพง นั่นคือ 24,990 บาท และกำลังจะพร้อมขายในเร็วๆ นี้แล้ว จึงเกิดคำถามขึ้นกับคนที่กำลังเล็งสมาร์ทโฟนกล้องความละเอียด 41 ล้านพิกเซลตัวนี้ ว่า มันคุ้มค่าหรือไม่? กล้องความละเอียดสูงตัวนี้มันเป็นอย่างไรวันนี้เรามาดูกันครับ Nokia Lumia 1020 มีความโดดเด่นที่กล้องหลังเซ็นเซอร์ความละเอียด 41 ล้านพิกเซล มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows Phone 8 แรม 2GB หน่วยความจำภายใน 32GB ดังนั้นเราจึงขอพูดถึงจุดเด่อนและจุดด้อยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้มากที่สุด ดังหัวข้อต่างๆ ต่อไปนี้

ภาพจาก Google 


แกะกล่องและความประทับใจแรกสัมผัส
สเปคและคุณสมบัติที่น่าสนใจ
ตัวเครื่องและงานประกอบ
ระบบปฏิบัติการ Windows Phone 8
ประสบการณ์การใช้งาน
การถ่ายภาพและวีดีโอ
สรุปการรีวิว Nokia Lumia 1020

สำหรับสเปคของ Nokia Lumia 1020 
            เป็นสมาร์ทโฟนตัวสุดท้ายของโนเกียก่อนที่จะขายกิจกรรให้กับ Microsoft มันคือผลิตภัณฑ์ตัวสุดท้ายที่โนเกียพยายามผลักดันและทุ่มเทมากที่สุด จึงได้ใส่ทุกอย่างมาแบบจัดเต็มมาก ซึ่งความโดดเด่นของมันคงหนีไม่พ้นกล้องเซ็นเซอร์ความละเอียดสูงถึง 41 ล้านพิกเซล ถอดแบบมาจาก Nokia 808 PureView หนึ่งในความภาคภูมิใจมากที่สุดของโนเกีย นอกจากนี้ Nokia Lumia 1020   ยังรันด้วยระบบปฏิบัติการ Windows Phone 8 GDR2 เฟิร์มแวร์ล่าสุดจาก Microsoft เป็น Windows Phone เครื่องเดียวในตลาดตอนนี้ที่มีแรม 2GB จึงสามารถพูดได้เลยว่าสเปคแบบนี้ ใครซื้อไป ได้ใช้งานไปอีกนาน ไม่ตกรุ่นหรือโดนลอยแพง่ายๆ แน่นอนครับ ส่วนคุณสมบัติอื่นๆ มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
สเปคของ Nokia Lumia 1020

ระบบปฏิบัติการ

Windows Phone 8 เวอร์ชั่น GDR2
หน่วยประมวลผล

หน่วยประมวลผล: Qualcomm Snapdragon™ S4
ชนิดหน่วยประมวลผล: Dual-core 1.5 GHz
หน่วยความจำ

แรม 2GB
หน่วยความจำภายใน 32GB
ขนาดและตัวเครื่อง

ความยาว: 130.4 มม.
ความกว้าง: 71.4 มม.
ความหนา: 10.4 มม.
น้ำหนัก: 158 กรัม
ปริมาตร: 96.9 ลูกบาศก์เซนติเมตร
สีตัวเครื่อง: สีดำ สีขาว และสีเหลือง (ผิวด้านทุกสี)
หน้าจอและรูปแบบการแสดงผล

ภาพจาก Google 


ขนาดหน้าจอ: 4.5 นิ้ว
ความละเอียดจอแสดงผล: WXGA (1280 x 768) 334 ppi
การแสดงผล: PureMotion HD+, การควบคุมความสว่าง, โหมดความสว่างสูง, อัตรารีเฟรช 60 Hz, กระจกแบบ Sculpted, ทำความสะอาดได้ง่าย, หน้าจอ Nokia Glance, โพรไฟล์สีของ Lumia, การมองแบบมุมกว้าง, Corning Gorilla Glass 3, การปรับปรุงความสามารถในการอ่านขณะมีแสงจ้า
สีที่แสดง: TrueColor (24-bit/16M)
อัตราส่วนความยาวต่อความกว้าง: 15:9
เทคโนโลยีการแสดงผล: ClearBlack, AMOLED
เทคโนโลยีหน้าจอสัมผัส: Super sensitive touch
เซ็นเซอร์: เซ็นเซอร์วัดระดับแสงโดยรอบ, Accelerometer, บาโรมิเตอร์, Gyroscope, เซ็นเซอร์วัดระยะห่าง, มาตรวัดความเข้มสนามแม่เหล็ก
การเชื่อมต่อ

ชนิดของซิมการ์ด: Micro SIM
การเชื่อมต่อสำหรับชาร์จ: Charging Pad, Micro-USB
หัวต่อ AV: ช่องต่อสัญญาณเสียงขนาด 3.5 มม.
การเชื่อมต่อข้อมูล: Micro-USB-B
USB: USB 2.0
Bluetooth: Bluetooth 3.0
คุณสมบัติ Bluetooth: Object Push profile (OPP) 1.1, Hands-free profile (HFP) 1.5, Advanced Audio Distribution Profile (A2DP) 1.2, Audio/Video Remote Control Profile (AVRCP) 1.4, Phone Book Access Profile (PBAP) 1.1
Wi-Fi: WLAN IEEE 802.11 a/b/g/n
การรักษาความปลอดภัย: WPA2 (AES/TKIP), WPA, WPA-Personal, WEP, WPA2-Personal, WPA-Enterprise, WPA2-Enterprise, PEAP-MSCHAPv2, EAP-SIM, EAP-AKA
NFC: NFC แบบเข้ารหัสสำหรับการชำระเงิน, การแชร์, การจับคู่อุปกรณ์, การแท็ก
การเชื่อมต่อไร้สายแบบอื่นๆ: การผนวกช่องสัญญาณ Wi-Fi
เครือข่ายข้อมูล

ย่านความถี่ของโครงข่าย LTE: 1, 3, 7, 8, 20
ความเร็วการดาวน์โหลดสูงสุด LTE: 100 Mbps
ความเร็วการอัพโหลดสูงสุด LTE: 50 Mbps
โครงข่าย WCDMA: 900 MHz, 2,100 MHz, 1,900 MHz, 850 MHz
ความเร็วการดาวน์โหลดสูงสุด WCDMA: HSDPA – 42.2 Mbps
ความเร็วการอัพโหลดสูงสุด WCDMA: HSUPA – 5.76 Mbps
โครงข่าย GSM: 850 MHz, 900 MHz, 1,800 MHz, 1,900 MHz
ความเร็วการดาวน์โหลดสูงสุด GSM: EGPRS 236.8 kbps
ความเร็วการอัพโหลดสูงสุด GSM: EGPRS 236.8 kbps
เพลงและระบบเสียง

เพลง

แอพเพลง: Nokia Music, Mix Radio
สนับสนุน DRM: PlayReady
คุณสมบัติด้านเสียง: แสดงภาพอัลบั้มในเครื่องเล่นเพลง, Audio Streaming, ชุดหูฟังดอลบี, เครื่องเล่นเพลง, เล่นเพลงออฟไลน์จากคลาวด์, เครื่องเล่นมีเดีย, ตัวปรับระดับสัญญาณแบบกราฟิก, พอดแคสท์, เล่นเพลงจากคลาวด์
รูปแบบเพลง

รหัสสัญญาณ: MP3, AMR-NB, WMA 10 Pro, GSM FR, WMA 9, AAC-LC, AAC+/HEAAC, eAAC+/HEAACv2
รูปแบบไฟล์เสียง: ASFH, MP4, AAC, AMR, MP3, M4A, WMA, 3GP, 3G2
วิทยุ

คุณสมบัติวิทยุ: วิทยุทางอินเทอร์เน็ต, วิทยุ FM
เสียงและการบันทึกเสียง
การบันทึก: การบันทึกเสียงใน MMS, การบันทึกเสียงใน OneNote
รูปแบบไฟล์บันทึกเสียง: AMR
รหัสสัญญาณการบันทึกเสียง: AMR-NB, GSM FR, AAC-LC
คุณสมบัติการบันทึกเสียง: Nokia Rich Recording



กล้องหลัก

ขนาดเซ็นเซอร์มาตรฐาน: 41 ล้านพิกเซล PureView
ประเภทโฟกัสของกล้อง: ออโต้โฟกัส
เลนส์ Carl Zeiss Tessar
ขนาดเซ็นเซอร์: 1/1.5 นิ้ว
ค่ารูรับแสง (F number/aperture): f/2.2
ความยาวโฟกัสของกล้อง: 26 มม.
ระยะโฟกัสต่ำสุดของกล้อง: 15 ซม.
รูปแบบภาพ: JPEG
ประเภทแฟลช: แฟลชซีนอน
ช่วงปฏิบัติการแฟลช: 4.0 ม.
โหมดแฟลช: ปิด, อัตโนมัติ, เปิด
คุณสมบัติพิเศษของกล้องหลัก: ระบบลดการสั่นไหวของภาพ, PureView, เซ็นเซอร์แบบ BSI, เลนส์ 6 ชิ้น, ซูมแบบความละเอียดสูง 3 เท่า
กล้องวิดีโอหลัก

ความละเอียดของกล้องวิดีโอ: 1080p (Full HD, 1920 x 1080)
อัตราเฟรมกล้องวิดีโอ: 30 เฟรมต่อวินาที
ซูมกล้องวิดีโอ: 6 x
อัตราการแสดงภาพกล้องวิดีโอ: 30 เฟรมต่อวินาที
รหัสสัญญาณเล่นวิดีโอ: VC-1, วิดีโอบน Windows, H.264/AVC, H.263, MPEG-4
รูปแบบไฟล์เล่นวิดีโอ: MP4, WMV, AVI, 3GP, 3G2, M4V, MOV
รูปแบบไฟล์การบันทึกวิดีโอ: MP4/H.264
โหมดปรับสมดุลสีขาว: เมฆมาก, ฟลูออเรสเซนต์, อินแคนเดสเซนต์, อัตโนมัติ, เดย์ไลท์
คุณสมบัติกล้องวิดีโอหลักอื่นๆ

ชมวิดีโอแบบสตรีมมิ่ง: การเลือกดูและชมวิดีโอสตรีมมิ่งจาก YouTube, ดาวน์โหลดวิดีโอแบบต่อเนื่อง, การสตรีมจากบริการวิดีโอและอินเทอร์เน็ต
คุณสมบัติการบันทึกวิดีโอ: การบันทึกเสียงสเตอริโอ, ไฟวิดีโอ, ซูมวิดีโอ, ระบบลดการสั่นไหวของภาพ, โฟกัสอัตโนมัติต่อเนื่อง


กล้องหน้า

ความละเอียดของกล้องหน้า: 1280 x 960 pixels
ค่ารูรับแสงกล้องหน้า: f/2.4
คุณสมบัติอื่นๆ ของกล้องหน้า: การบันทึกวิดีโอ, ถ่ายภาพนิ่ง, โทรศัพท์ด้วยวิดีโอ, HD 1.2 MP พร้อมเลนส์มุมกว้าง
กล้องวิดีโอด้านหน้า

ความละเอียดกล้องวิดีโอด้านหน้า: 720p (HD, 1280 x 720)
รูปแบบการบันทึกวิดีโอของกล้องด้านหน้า: MP4/H.264


การจัดการพลังงาน

แบตเตอรี่: BV-5XW
ความจุแบตเตอรี่: 2000 mAh
แรงดันแบตเตอรี่: 3.8 โวลต์
การชาร์จแบบไร้สาย: รองรับด้วยฝาครอบที่เป็นอุปกรณ์เสริม


ระบบปฏิบัติการ Windows Phone 8

ภาพจาก Google 

            สำหรับเพื่อนๆ ที่เคยใช้ Windows Phone 8 อยู่แล้ว ก็คงพอทราบกันดีนะครับว่าสมาร์ทโฟนทุกเครื่องที่รันด้วย Windows Phone 8 นั้น การใช้งาน ความสามารถแทบไม่แตกต่างกันเลย นอกจากบางฟีเจอร์และบางแอพพลิเคชั่นที่จำกัดตามแรมของเครื่อง ด้วยเหตุนี้หละครับ Nokia Lumia 1020 ที่มาพร้อมแรม 2GB จึงน่าสนใจมาก เพราะมันมาช่วยรับประกันว่า เราจะได้ไปต่ออีกไกลแน่นอนครับ ทั้งการอัพเดทเฟิร์มแวร์ ฟีเจอร์และฟังก์ชันการใช้งาน รวมถึงแอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่จะทยอยออกมาเรื่อยๆ



ความจริงแล้วหัวข้อนี้ อยากเขียนไว้สำหรับเพื่อนๆ ที่ยังไม่เคยใช้ Windows Phone 8 เพื่อให้ได้รู้จักแลเข้าใจก่อนจะตัดสินใจเริ่มต้นกับมัน ดังนั้นใครที่เคยใช้และรู้จักมันดีแล้ว สามารถข้ามไปอ่านหัวข้อต่อไปได้เลยครับผม
สำหรับ Windows Phone 8 เวอร์ชั่นปัจจุบันนั้นคือ Amber หรืออีกชื่อนึงก็คือ GDR2 ที่อยู่ใน Nokia Lumia 1020 ตั้งแต่ในร้านเลยครับ ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาก จากเวอร์ชั่นแรกที่ออกมา โดยส่วนตัวแล้วผมมองว่า Windows Phone 8 พัฒนาเร็วมาก หากนำไปเทียบกับการพัฒนาของ iOS และ Android ในช่วงปีแรกเหมือนกัน แต่อย่างไรก็ตาม ถือว่า ยังไม่สมบูรณ์และเพียงพอต่อการใช้งาน ทั้งในแง่ฟังก์ชันที่จำเป็นสำหรับสมาร์ทโฟนปัจจุบัน แอพพลิเคชั่นที่ตอบสนองความต้องการในด้านต่างๆ  หรือคุณภาพของแอพพลิเคชั่นดังๆ ที่ยังติดๆ ขัดๆ อยู่ ตัวอย่างเช่น Facebook, Youtube, Line เป็นต้น




แต่หลังจากที่ Microsoft ซื้อกิจการของโนเกียไปทำเอง ผมคิดว่าต่อจากนี้จะเป็นเวลาที่ Windows Phone 8 จะพัฒนาแบบเขย่ง ก้าว กระโดด เลยครับ เพราะการพัฒนาซอฟแวร์เพื่อตอบสนองการใช้งานของฮาร์ดแวร์ จะประสานและและผสานกันอย่างรวดเร็ว และถูกต้องมากยิ่งขึ้น แต่ก็ยังเป็นเพียงการคาดการณ์ล่วงหน้าครับ ต่อไปจะเป็นอย่างไรต้องรอดูตอนต่อไปเท่านั้น และเราจะเลือกใช้ตอนนี้ไปพร้อมกับ Nokia Lumia 1020 หรือจะรอเอาไว้ก่อน อันนี้เราเป็นคนเลือกเองครับ
 
Copyright © 2013 โทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน เทคโนโลยี นวัตกรรม แท็บเล็ต ข้อมูลมือถือ ราคามือถือ Smartphone
Design by FBTemplates | BTT